1. ดูยังไงว่าเป็นพรมทอมือของแท้
คำว่า "พรมเปอร์เซีย" ถูกใช้กว้างมาก บางร้านใช้เรียกพรมลายเปอร์เซียที่ผลิตที่ไหนก็ได้ สี่ข้อนี้ตรวจเองได้ในไม่กี่นาที
พลิกดูด้านหลัง
ข้อนี้บอกได้มากที่สุด พรมทอมือจะเห็นลวดลายที่ด้านหลังชัดเกือบเท่าด้านหน้า และถ้ามองใกล้ ๆ จะเห็นปมแต่ละปมที่ขนาดไม่เท่ากันเป๊ะ ส่วนพรมทอเครื่องด้านหลังมักเรียบสม่ำเสมอเกินไป หรือมีผ้ารองติดกาวปิดไว้จนมองไม่เห็นโครงสร้าง
ดูชายพรม
ชายพรมของพรมทอมือคือปลายเส้นยืนที่ทอต่อเนื่องออกมาจากตัวพรม ไม่ใช่แถบที่เย็บติดเพิ่มทีหลัง ลองดูตรงรอยต่อ ถ้าเห็นตะเข็บเย็บ แสดงว่าเป็นการประกอบ
ความไม่สมบูรณ์แบบคือเรื่องดี
ลายที่เอียงเล็กน้อย ขอบที่ไม่ตรงเป๊ะ หรือแถบสีที่เหลื่อมกันเล็กน้อยจากการย้อมคนละหม้อ คือร่องรอยของงานมือ ไม่ใช่ตำหนิ พรมที่สมบูรณ์แบบทุกมิลลิเมตรคือพรมที่ออกมาจากเครื่อง
ถามเรื่องเส้นใย
พรมทอมือเปอร์เซียส่วนใหญ่ใช้ขนแกะ บางผืนผสมไหม เส้นใยธรรมชาติเวลาโดนไฟจะไหม้เป็นขี้เถ้าและมีกลิ่นคล้ายผมไหม้ ส่วนใยสังเคราะห์จะหลอมเป็นเม็ดแข็ง ให้ร้านทดสอบกับเส้นใยที่หลุดออกมาให้ดู อย่าทำเองกับพรมที่ยังไม่ได้ซื้อ
พรมทอเครื่องก็เป็นตัวเลือกที่ดี
พรมทอเครื่องคุณภาพสูงเป็นสินค้าอีกประเภทที่ตรงไปตรงมา ใช้งานได้ดีและราคาเข้าถึงง่าย สิ่งสำคัญคือถามร้านให้ชัดว่าผืนที่ดูอยู่เป็นทอมือหรือทอเครื่อง แล้วเทียบราคากับประเภทเดียวกันเท่านั้น
2. พรมทอมือ กับ พรมทอเครื่อง
คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังซื้อของใช้ประจำวัน หรือซื้อของที่อยากเก็บไว้นาน
| หัวข้อ | พรมทอมือ | พรมทอเครื่องคุณภาพสูง |
|---|---|---|
| เวลาผลิต | หลายเดือนถึงหลายปีต่อผืน | ไม่กี่ชั่วโมง |
| แต่ละผืน | ไม่มีผืนไหนเหมือนกันทุกประการ | ผลิตซ้ำได้เหมือนเดิม |
| อายุการใช้งาน | หลายสิบปี ถ้าดูแลดี | ประมาณ 10–20 ปี |
| มูลค่าเมื่อเวลาผ่านไป | รักษามูลค่าได้ดี | ลดลงเหมือนของใช้ทั่วไป |
| เหมาะกับ | ห้องรับแขกหลัก ของขวัญสำคัญ | ห้องที่ใช้งานหนัก บ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง |
| ราคา | สูงกว่าหลายเท่า | เข้าถึงง่าย |
คำแนะนำง่าย ๆ ถ้าเป็นห้องที่มีคนเดินผ่านทั้งวัน มีเด็กเล็ก หรือมีสัตว์เลี้ยง เริ่มจากพรมทอเครื่องคุณภาพดีก่อน แล้วเก็บงบไว้ซื้อพรมทอมือผืนสวยสำหรับห้องที่อยากให้พรมอยู่ไปอีกหลายสิบปี
3. เลือกขนาดให้พอดีกับห้อง
ขนาดคือเรื่องที่ซื้อผิดบ่อยที่สุด พรมที่เล็กเกินไปจะทำให้ห้องดูเล็กลง และดูเหมือนของที่วางหลงอยู่กลางห้อง
ห้องรับแขก
- ขาหน้าของโซฟาทุกตัวควรวางอยู่บนพรม จำข้อนี้ข้อเดียวก็พอ
- พรมควรกว้างเลยความยาวโซฟาออกไปข้างละ 30–60 ซม.
- เว้นพื้นรอบพรมห่างจากผนังประมาณ 20–45 ซม.
- ห้องรับแขกคอนโดมักพอดีกับ 200 × 300 ซม. บ้านเดี่ยวมักเริ่มที่ 250 × 350 ซม.
ใต้โต๊ะอาหาร
- พรมต้องเลยขอบโต๊ะออกไปทุกด้านอย่างน้อย 60–75 ซม.
- เพื่อให้ถอยเก้าอี้ออกมานั่งได้โดยขาเก้าอี้ยังอยู่บนพรม ถ้าขาเก้าอี้สะดุดขอบพรมทุกครั้ง พรมจะเสียเร็ว
ห้องนอน
- ถ้าวางใต้เตียง พรมควรเลยขอบเตียงออกมาข้างละ 45–60 ซม. เพื่อให้เท้าเหยียบพรมตอนลุกจากเตียง
- อีกทางที่ประหยัดกว่า คือวางพรมผืนยาวแคบสองผืนขนาบสองข้างเตียง
เคล็ดลับที่ได้ผลเสมอ
ก่อนซื้อ ใช้เทปกาวกระดาษแปะเป็นกรอบตามขนาดพรมที่คิดไว้บนพื้นห้องจริง แล้วลองอยู่กับมันหนึ่งวัน จะรู้ทันทีว่าใหญ่ไปหรือเล็กไป
4. ทำไมพรมขนาดเท่ากันราคาต่างกันมาก
เรียงตามน้ำหนักความสำคัญ
- ความหนาแน่นของปม ยิ่งแน่นยิ่งใช้เวลาทอนานและลายยิ่งคม มีผลกับราคามากที่สุด
- วัสดุ ขนแกะคุณภาพดีราคาสูงกว่าใยสังเคราะห์ ส่วนพรมผสมไหมหรือไหมล้วนจะสูงขึ้นไปอีก
- ขนาด ราคาไม่ได้เพิ่มตามพื้นที่ตรง ๆ พรมผืนใหญ่มากต้องใช้กี่พิเศษและช่างหลายคน
- ความซับซ้อนของลาย ลายโค้งละเอียดหลายสีใช้เวลานานกว่าลายเรขาคณิต
- สีย้อม สีธรรมชาติต้นทุนสูงกว่า แต่เก่าแล้วสวยขึ้น แทนที่จะซีดเป็นด่าง
- แหล่งทอ เมืองที่มีชื่อเสียงด้านงานฝีมือมีค่าชื่อเสียงรวมอยู่ในราคา
เวลาเทียบราคาระหว่างร้าน ให้เทียบพรมประเภทเดียวกัน ความหนาแน่นและวัสดุใกล้เคียงกันเท่านั้น
5. ดูแลพรมให้อยู่ได้หลายสิบปี
ทำเป็นประจำ
- ดูดฝุ่นสม่ำเสมอ ฝุ่นและทรายที่ลงไปถึงโคนขนคือสิ่งที่ทำให้พรมสึก สำหรับพรมทอมือให้ปิดแปรงหมุน และอย่าดูดที่ชายพรม
- หมุนพรม 180 องศาทุก 6 เดือน ให้แดดและการเหยียบกระจายเท่ากันทั้งผืน
- ใช้แผ่นรองพรม กันลื่น และลดการเสียดสีกับพื้น
เมื่อมีของหก
- ซับทันทีด้วยผ้าขาวสะอาด กดซับ อย่าถู การถูจะดันคราบลงไปในโคนขน
- ซับจากขอบรอยเข้าหาตรงกลาง คราบจะได้ไม่ขยายวง
- ถ้าต้องใช้น้ำ ใช้ให้น้อยที่สุด แล้วซับให้แห้งสนิท ความชื้นที่ค้างทำให้เกิดเชื้อรา
ห้ามทำ
- ซักเครื่อง หรือฉีดน้ำแรงดันสูง
- ใช้น้ำยาฟอกขาวหรือน้ำยาฤทธิ์แรง
- ตากแดดจัด หรือวางพรมให้โดนแดดส่องตรงทั้งวัน
การทำความสะอาดเชิงลึกควรส่งผู้เชี่ยวชาญพรมโดยเฉพาะทุก 3–5 ปี ร้านซักพรมทั่วไปที่ใช้ความร้อนสูงอาจทำให้สีตกหรือเส้นใยเสียหาย