เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น.
Eagle Persian Carpet พรมเปอร์เซีย · จากอิหร่านถึงกรุงเทพฯ

วิธีเลือกพรมเปอร์เซีย

อ่านจบแล้วจะเดินเข้าร้านพรมร้านไหนก็รู้ว่ากำลังดูอะไรอยู่ ตั้งแต่ดูของแท้ เลือกขนาด ไปจนถึงการดูแลให้ใช้ได้หลายสิบปี

1. ดูยังไงว่าเป็นพรมทอมือของแท้

คำว่า "พรมเปอร์เซีย" ถูกใช้กว้างมาก บางร้านใช้เรียกพรมลายเปอร์เซียที่ผลิตที่ไหนก็ได้ สี่ข้อนี้ตรวจเองได้ในไม่กี่นาที

พลิกดูด้านหลัง

ข้อนี้บอกได้มากที่สุด พรมทอมือจะเห็นลวดลายที่ด้านหลังชัดเกือบเท่าด้านหน้า และถ้ามองใกล้ ๆ จะเห็นปมแต่ละปมที่ขนาดไม่เท่ากันเป๊ะ ส่วนพรมทอเครื่องด้านหลังมักเรียบสม่ำเสมอเกินไป หรือมีผ้ารองติดกาวปิดไว้จนมองไม่เห็นโครงสร้าง

ดูชายพรม

ชายพรมของพรมทอมือคือปลายเส้นยืนที่ทอต่อเนื่องออกมาจากตัวพรม ไม่ใช่แถบที่เย็บติดเพิ่มทีหลัง ลองดูตรงรอยต่อ ถ้าเห็นตะเข็บเย็บ แสดงว่าเป็นการประกอบ

ความไม่สมบูรณ์แบบคือเรื่องดี

ลายที่เอียงเล็กน้อย ขอบที่ไม่ตรงเป๊ะ หรือแถบสีที่เหลื่อมกันเล็กน้อยจากการย้อมคนละหม้อ คือร่องรอยของงานมือ ไม่ใช่ตำหนิ พรมที่สมบูรณ์แบบทุกมิลลิเมตรคือพรมที่ออกมาจากเครื่อง

ถามเรื่องเส้นใย

พรมทอมือเปอร์เซียส่วนใหญ่ใช้ขนแกะ บางผืนผสมไหม เส้นใยธรรมชาติเวลาโดนไฟจะไหม้เป็นขี้เถ้าและมีกลิ่นคล้ายผมไหม้ ส่วนใยสังเคราะห์จะหลอมเป็นเม็ดแข็ง ให้ร้านทดสอบกับเส้นใยที่หลุดออกมาให้ดู อย่าทำเองกับพรมที่ยังไม่ได้ซื้อ

พรมทอเครื่องก็เป็นตัวเลือกที่ดี

พรมทอเครื่องคุณภาพสูงเป็นสินค้าอีกประเภทที่ตรงไปตรงมา ใช้งานได้ดีและราคาเข้าถึงง่าย สิ่งสำคัญคือถามร้านให้ชัดว่าผืนที่ดูอยู่เป็นทอมือหรือทอเครื่อง แล้วเทียบราคากับประเภทเดียวกันเท่านั้น

2. พรมทอมือ กับ พรมทอเครื่อง

คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังซื้อของใช้ประจำวัน หรือซื้อของที่อยากเก็บไว้นาน

เปรียบเทียบพรมทอมือกับพรมทอเครื่อง
หัวข้อพรมทอมือพรมทอเครื่องคุณภาพสูง
เวลาผลิตหลายเดือนถึงหลายปีต่อผืนไม่กี่ชั่วโมง
แต่ละผืนไม่มีผืนไหนเหมือนกันทุกประการผลิตซ้ำได้เหมือนเดิม
อายุการใช้งานหลายสิบปี ถ้าดูแลดีประมาณ 10–20 ปี
มูลค่าเมื่อเวลาผ่านไปรักษามูลค่าได้ดีลดลงเหมือนของใช้ทั่วไป
เหมาะกับห้องรับแขกหลัก ของขวัญสำคัญห้องที่ใช้งานหนัก บ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง
ราคาสูงกว่าหลายเท่าเข้าถึงง่าย

คำแนะนำง่าย ๆ ถ้าเป็นห้องที่มีคนเดินผ่านทั้งวัน มีเด็กเล็ก หรือมีสัตว์เลี้ยง เริ่มจากพรมทอเครื่องคุณภาพดีก่อน แล้วเก็บงบไว้ซื้อพรมทอมือผืนสวยสำหรับห้องที่อยากให้พรมอยู่ไปอีกหลายสิบปี

3. เลือกขนาดให้พอดีกับห้อง

ขนาดคือเรื่องที่ซื้อผิดบ่อยที่สุด พรมที่เล็กเกินไปจะทำให้ห้องดูเล็กลง และดูเหมือนของที่วางหลงอยู่กลางห้อง

ห้องรับแขก

  • ขาหน้าของโซฟาทุกตัวควรวางอยู่บนพรม จำข้อนี้ข้อเดียวก็พอ
  • พรมควรกว้างเลยความยาวโซฟาออกไปข้างละ 30–60 ซม.
  • เว้นพื้นรอบพรมห่างจากผนังประมาณ 20–45 ซม.
  • ห้องรับแขกคอนโดมักพอดีกับ 200 × 300 ซม. บ้านเดี่ยวมักเริ่มที่ 250 × 350 ซม.

ใต้โต๊ะอาหาร

  • พรมต้องเลยขอบโต๊ะออกไปทุกด้านอย่างน้อย 60–75 ซม.
  • เพื่อให้ถอยเก้าอี้ออกมานั่งได้โดยขาเก้าอี้ยังอยู่บนพรม ถ้าขาเก้าอี้สะดุดขอบพรมทุกครั้ง พรมจะเสียเร็ว

ห้องนอน

  • ถ้าวางใต้เตียง พรมควรเลยขอบเตียงออกมาข้างละ 45–60 ซม. เพื่อให้เท้าเหยียบพรมตอนลุกจากเตียง
  • อีกทางที่ประหยัดกว่า คือวางพรมผืนยาวแคบสองผืนขนาบสองข้างเตียง

เคล็ดลับที่ได้ผลเสมอ

ก่อนซื้อ ใช้เทปกาวกระดาษแปะเป็นกรอบตามขนาดพรมที่คิดไว้บนพื้นห้องจริง แล้วลองอยู่กับมันหนึ่งวัน จะรู้ทันทีว่าใหญ่ไปหรือเล็กไป

4. ทำไมพรมขนาดเท่ากันราคาต่างกันมาก

เรียงตามน้ำหนักความสำคัญ

  1. ความหนาแน่นของปม ยิ่งแน่นยิ่งใช้เวลาทอนานและลายยิ่งคม มีผลกับราคามากที่สุด
  2. วัสดุ ขนแกะคุณภาพดีราคาสูงกว่าใยสังเคราะห์ ส่วนพรมผสมไหมหรือไหมล้วนจะสูงขึ้นไปอีก
  3. ขนาด ราคาไม่ได้เพิ่มตามพื้นที่ตรง ๆ พรมผืนใหญ่มากต้องใช้กี่พิเศษและช่างหลายคน
  4. ความซับซ้อนของลาย ลายโค้งละเอียดหลายสีใช้เวลานานกว่าลายเรขาคณิต
  5. สีย้อม สีธรรมชาติต้นทุนสูงกว่า แต่เก่าแล้วสวยขึ้น แทนที่จะซีดเป็นด่าง
  6. แหล่งทอ เมืองที่มีชื่อเสียงด้านงานฝีมือมีค่าชื่อเสียงรวมอยู่ในราคา

เวลาเทียบราคาระหว่างร้าน ให้เทียบพรมประเภทเดียวกัน ความหนาแน่นและวัสดุใกล้เคียงกันเท่านั้น

5. ดูแลพรมให้อยู่ได้หลายสิบปี

ทำเป็นประจำ

  • ดูดฝุ่นสม่ำเสมอ ฝุ่นและทรายที่ลงไปถึงโคนขนคือสิ่งที่ทำให้พรมสึก สำหรับพรมทอมือให้ปิดแปรงหมุน และอย่าดูดที่ชายพรม
  • หมุนพรม 180 องศาทุก 6 เดือน ให้แดดและการเหยียบกระจายเท่ากันทั้งผืน
  • ใช้แผ่นรองพรม กันลื่น และลดการเสียดสีกับพื้น

เมื่อมีของหก

  • ซับทันทีด้วยผ้าขาวสะอาด กดซับ อย่าถู การถูจะดันคราบลงไปในโคนขน
  • ซับจากขอบรอยเข้าหาตรงกลาง คราบจะได้ไม่ขยายวง
  • ถ้าต้องใช้น้ำ ใช้ให้น้อยที่สุด แล้วซับให้แห้งสนิท ความชื้นที่ค้างทำให้เกิดเชื้อรา

ห้ามทำ

  • ซักเครื่อง หรือฉีดน้ำแรงดันสูง
  • ใช้น้ำยาฟอกขาวหรือน้ำยาฤทธิ์แรง
  • ตากแดดจัด หรือวางพรมให้โดนแดดส่องตรงทั้งวัน

การทำความสะอาดเชิงลึกควรส่งผู้เชี่ยวชาญพรมโดยเฉพาะทุก 3–5 ปี ร้านซักพรมทั่วไปที่ใช้ความร้อนสูงอาจทำให้สีตกหรือเส้นใยเสียหาย